ติดตั้ง PHP บนเครื่องของคุณ (Local Development)
หลังจากที่เราได้ทำความเข้าใจกันแล้วว่า PHP คืออะไรและทำไมถึงยังเป็นภาษาที่น่าเรียนรู้ในยุคปัจจุบัน ในบทนี้เราจะมาลงมือติดตั้ง PHP บนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของเรา เพื่อให้เราสามารถเริ่มต้นเขียนโค้ดและทดสอบโปรแกรม PHP ได้อย่างสะดวกสบาย
ทำไมต้องติดตั้ง PHP บนเครื่องตัวเอง?
การติดตั้ง PHP บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเอง หรือที่เรียกว่า Local Development Environment มีประโยชน์หลายอย่าง:
- ทดสอบโค้ดได้ทันที: คุณสามารถเขียนโค้ด PHP และทดสอบผลลัพธ์ได้โดยไม่ต้องอัปโหลดไปยังเซิร์ฟเวอร์จริง
- พัฒนาแบบออฟไลน์: ทำงานได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต
- ควบคุมสภาพแวดล้อม: สามารถปรับแต่งและควบคุมเวอร์ชัน PHP, Extension และการตั้งค่าอื่นๆ ได้ตามต้องการ
- เรียนรู้และทดลอง: เป็นสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับการเรียนรู้และทดลองฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ PHP
วิธีการติดตั้ง PHP
วิธีการติดตั้ง PHP จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการที่คุณใช้งาน ในบทนี้เราจะครอบคลุมวิธีการติดตั้งสำหรับ Windows, macOS และ Linux (Ubuntu) ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้กัน
1. ติดตั้ง PHP บน Windows
สำหรับ Windows มีสองวิธีหลักๆ ในการติดตั้ง PHP:
- ใช้ XAMPP: XAMPP คือชุดโปรแกรมที่รวม Apache, MySQL, PHP และ Perl ไว้ด้วยกัน ทำให้การติดตั้งและตั้งค่าทั้งหมดเป็นเรื่องง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
- ติดตั้ง PHP โดยตรง: วิธีนี้จะให้คุณควบคุมการตั้งค่าได้มากกว่า แต่ก็ซับซ้อนกว่าเล็กน้อย
1.1 การติดตั้ง PHP ด้วย XAMPP
XAMPP เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเริ่มต้นพัฒนา PHP บน Windows
- ดาวน์โหลด XAMPP: ไปที่ เว็บไซต์ Apache Friends และดาวน์โหลด XAMPP เวอร์ชันล่าสุดสำหรับ Windows
- ติดตั้ง XAMPP: ดับเบิลคลิกไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาและทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ ในระหว่างการติดตั้ง คุณจะถูกถามให้เลือก Components ที่ต้องการ ให้เลือก Apache, MySQL และ PHP (โดยปกติจะถูกเลือกไว้แล้ว)
- เปิด XAMPP Control Panel: หลังจากติดตั้งเสร็จ ให้เปิด XAMPP Control Panel
- Start Apache และ MySQL: คลิกปุ่ม "Start" ข้าง Apache และ MySQL เพื่อเริ่มต้นเซิร์ฟเวอร์
- ตรวจสอบการทำงาน: เปิดเว็บเบราว์เซอร์ของคุณและพิมพ์
http://localhostหรือhttp://127.0.0.1หากทุกอย่างทำงานถูกต้อง คุณจะเห็นหน้า Welcome ของ XAMPP
1.2 การติดตั้ง PHP โดยตรงบน Windows
วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมการตั้งค่า PHP ได้อย่างละเอียด
- ดาวน์โหลด PHP: ไปที่ เว็บไซต์ PHP for Windows และดาวน์โหลดไฟล์ ZIP ของ PHP เวอร์ชันล่าสุดที่คุณต้องการ (แนะนำให้เลือก Non Thread Safe (NTS) สำหรับการใช้งานกับ Apache)
- แตกไฟล์ PHP: แตกไฟล์ ZIP ไปยังโฟลเดอร์ที่คุณต้องการ (เช่น
C:\php) - ตั้งค่า Environment Variable:
- ไปที่ System Properties (คลิกขวาที่ This PC -> Properties -> Advanced system settings)
- คลิก Environment Variables...
- ใน System variables section, เลือก Path แล้วคลิก Edit...
- คลิก New และเพิ่ม path ไปยังโฟลเดอร์ PHP ของคุณ (เช่น
C:\php) - คลิก OK ทุกหน้าต่าง
- Configure PHP:
- ในโฟลเดอร์ PHP ของคุณ จะมีไฟล์ชื่อ
php.ini-developmentหรือphp.ini-productionให้ copy ไฟล์ใดไฟล์หนึ่งและ rename เป็นphp.ini - แก้ไขไฟล์
php.iniเพื่อกำหนดค่าต่างๆ ที่คุณต้องการ (เช่น เปิดใช้งาน extension)
- ในโฟลเดอร์ PHP ของคุณ จะมีไฟล์ชื่อ
- Configure Apache:
- เปิดไฟล์
httpd.confของ Apache (โดยปกติจะอยู่ที่C:\Apache24\conf\httpd.confหรือใกล้เคียง ขึ้นอยู่กับ Apache version และ installation path) - เพิ่มบรรทัดต่อไปนี้ที่ส่วนท้ายของไฟล์:
LoadModule php_module "C:/php/php8apache2_4.dll" <FilesMatch \.php$> SetHandler application/x-httpd-php </FilesMatch> PHPIniDir "C:/php"หมายเหตุ: เปลี่ยน
C:/phpเป็น path ที่คุณติดตั้ง PHP และphp8apache2_4.dllเป็นชื่อไฟล์ DLL ที่ถูกต้อง (ขึ้นอยู่กับเวอร์ชัน PHP) - Restart Apache
- เปิดไฟล์
2. ติดตั้ง PHP บน macOS
macOS มาพร้อมกับ PHP ติดตั้งมาให้แล้ว แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นเวอร์ชันเก่า ดังนั้นเราจะมาติดตั้ง PHP เวอร์ชันใหม่กว่าโดยใช้ Homebrew
- ติดตั้ง Homebrew: หากคุณยังไม่มี Homebrew ให้ติดตั้งโดยเปิด Terminal และรันคำสั่ง:
/bin/bash -c "$(curl -fsSL https://raw.githubusercontent.com/Homebrew/install/HEAD/install.sh)" - ติดตั้ง PHP: รันคำสั่ง:
brew install phpคุณสามารถระบุเวอร์ชัน PHP ที่ต้องการได้ เช่น
brew install php@8.2 - ตั้งค่า Path: เพิ่ม path ของ PHP ที่ติดตั้งโดย Homebrew ไปยัง
.zshrcหรือ.bashrcของคุณ (ขึ้นอยู่กับ shell ที่คุณใช้) โดยเพิ่มบรรทัด:export PATH="/opt/homebrew/opt/php@8.2/bin:$PATH" export PATH="/opt/homebrew/opt/php@8.2/sbin:$PATH"หมายเหตุ: เปลี่ยน
php@8.2เป็นเวอร์ชัน PHP ที่คุณติดตั้ง - Restart Terminal: เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผล
3. ติดตั้ง PHP บน Linux (Ubuntu)
บน Ubuntu เราสามารถติดตั้ง PHP ได้อย่างง่ายดายโดยใช้ APT package manager
- อัปเดต Package List: รันคำสั่ง:
sudo apt update - ติดตั้ง PHP: รันคำสั่ง:
sudo apt install phpคุณสามารถระบุเวอร์ชัน PHP ที่ต้องการได้ เช่น
sudo apt install php8.1 - ติดตั้ง PHP Extension ที่จำเป็น: โดยปกติเราจะต้องการ extension พื้นฐานบางอย่าง เช่น MySQL, XML, และ GD รันคำสั่ง:
sudo apt install php-mysql php-xml php-gdหมายเหตุ: เปลี่ยนชื่อ package ตามเวอร์ชัน PHP ที่คุณติดตั้ง (เช่น
php8.1-mysql,php8.1-xml,php8.1-gd) - Restart Apache (ถ้าใช้): รันคำสั่ง:
sudo systemctl restart apache2
การตรวจสอบการติดตั้ง
หลังจากติดตั้ง PHP แล้ว เรามาตรวจสอบกันว่าทุกอย่างทำงานถูกต้อง
- สร้างไฟล์
info.php: สร้างไฟล์ใหม่ชื่อinfo.phpใน document root ของเว็บเซิร์ฟเวอร์ของคุณ (โดยปกติคือhtdocsใน XAMPP หรือ/var/www/htmlบน Linux) และใส่โค้ดต่อไปนี้:<?php phpinfo(); ?> - เปิด
info.phpในเบราว์เซอร์: เปิดเว็บเบราว์เซอร์ของคุณและไปที่http://localhost/info.php(หรือ path ที่ถูกต้องไปยังไฟล์ของคุณ) - ตรวจสอบข้อมูล PHP: หากทุกอย่างทำงานถูกต้อง คุณจะเห็นหน้าที่มีข้อมูลการตั้งค่า PHP ทั้งหมด
ถ้าคุณเห็นหน้า phpinfo() แสดงว่าคุณได้ติดตั้ง PHP สำเร็จแล้ว! ยินดีด้วย!
สรุป
ในบทนี้เราได้เรียนรู้วิธีการติดตั้ง PHP บนระบบปฏิบัติการต่างๆ ทั้ง Windows, macOS และ Linux รวมถึงวิธีการตรวจสอบว่าการติดตั้งนั้นถูกต้อง ในบทต่อไป เราจะมาเขียนโปรแกรม PHP แรกของเรา นั่นคือ "Hello, World!"