Skip to main content

เนื้อหาภาษาไทย / Thai content

System guide Content reviewed

ติดตั้ง MongoDB บนเครื่องของคุณ (Windows/macOS/Linux)

บทความนี้อธิบายขั้นตอนการติดตั้ง MongoDB Community Edition บนระบบปฏิบัติการ Windows, macOS และ Linux อย่างละเอียด รวมถึงวิธีการแก้ไขปัญหาที่พบบ่อยระหว่างการติดต...

ติดตั้ง MongoDB บนเครื่องของคุณ (Windows/macOS/Linux)

หลังจากที่เราได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ NoSQL และ MongoDB ในบทความก่อนหน้าแล้ว ในบทความนี้เราจะมาลงมือติดตั้ง MongoDB Community Edition บนเครื่องของคุณกันครับ ไม่ว่าคุณจะใช้ Windows, macOS หรือ Linux ก็สามารถทำตามขั้นตอนเหล่านี้ได้เลย เพื่อให้คุณพร้อมสำหรับการเรียนรู้ MongoDB ในบทความต่อๆ ไป

ดาวน์โหลด MongoDB Community Edition

ก่อนอื่นเราต้องดาวน์โหลด MongoDB Community Edition ซึ่งเป็นเวอร์ชันฟรีและเพียงพอสำหรับการเรียนรู้และพัฒนาแอปพลิเคชันขนาดเล็กถึงกลาง โดยสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ทางการของ MongoDB ครับ

  1. ไปที่ https://www.mongodb.com/try/download/community
  2. เลือกแท็บ "Community Server"
  3. เลือกระบบปฏิบัติการของคุณ (Windows, macOS, Linux)
  4. เลือก Package เป็น "msi" (สำหรับ Windows), "tgz" (สำหรับ Linux) หรือ "tgz" (สำหรับ macOS)
  5. คลิก "Download"

รอจนกว่าไฟล์จะดาวน์โหลดเสร็จเรียบร้อย

ขั้นตอนการติดตั้งบน Windows

สำหรับผู้ใช้งาน Windows การติดตั้ง MongoDB นั้นค่อนข้างง่ายและตรงไปตรงมาครับ

  1. ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ MSI ที่ดาวน์โหลดมา
  2. คลิก "Next" เพื่อเริ่มต้นการติดตั้ง
  3. อ่านและยอมรับข้อตกลงสิทธิ์การใช้งาน แล้วคลิก "Next"
  4. เลือก "Complete" เพื่อติดตั้งทุกส่วนประกอบ หรือ "Custom" หากต้องการเลือกส่วนประกอบที่จะติดตั้งเอง (แนะนำให้เลือก "Complete" สำหรับผู้เริ่มต้น)
  5. ในหน้า "Service Configuration" เลือก "Install MongoDB as a Service" และกำหนดชื่อ Service (ค่าเริ่มต้นคือ MongoDB) รวมถึง User ที่จะรัน Service (Local Service account ก็เพียงพอ)
  6. ในหน้า "Configure MongoDB Compass", เลือกหรือไม่เลือกที่จะติดตั้ง MongoDB Compass GUI ก็ได้ (MongoDB Compass เป็น GUI Client ที่ช่วยให้คุณจัดการฐานข้อมูล MongoDB ได้ง่ายขึ้น แนะนำให้ติดตั้งสำหรับผู้เริ่มต้น)
  7. คลิก "Next" และ "Install"
  8. รอจนกว่าการติดตั้งจะเสร็จสิ้น แล้วคลิก "Finish"

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย:

  • ปัญหา: การติดตั้งล้มเหลวเนื่องจากสิทธิ์การใช้งาน
  • วิธีแก้ไข: ลอง Run installer ในฐานะ Administrator (คลิกขวาที่ไฟล์ MSI แล้วเลือก "Run as administrator")

ขั้นตอนการติดตั้งบน macOS

การติดตั้ง MongoDB บน macOS จะซับซ้อนกว่า Windows เล็กน้อย แต่ก็ยังสามารถทำตามได้ไม่ยากครับ

  1. แตกไฟล์ TGZ ที่ดาวน์โหลดมา
  2. tar -zxvf mongodb-macos-x86_64-*.tgz
  3. ย้ายโฟลเดอร์ที่แตกออกมาไปยังตำแหน่งที่คุณต้องการ (เช่น `/usr/local/mongodb`)
  4. sudo mv mongodb-macos-x86_64-* /usr/local/mongodb
  5. สร้างโฟลเดอร์สำหรับเก็บข้อมูล MongoDB (เช่น `/data/db`)
  6. sudo mkdir -p /data/db
  7. กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงโฟลเดอร์ /data/db
  8. sudo chown -R `id -u` /data/db
  9. เพิ่ม Path ของ MongoDB binaries ลงใน Environment Variables (ดูหัวข้อ "การตั้งค่า Environment Variables" ด้านล่าง)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย:

  • ปัญหา: "Operation not permitted" เมื่อพยายามสร้างหรือแก้ไขไฟล์ใน `/`
  • วิธีแก้ไข: ตรวจสอบว่า SIP (System Integrity Protection) เปิดใช้งานอยู่หรือไม่ หากเปิดอยู่ คุณอาจต้องปิด SIP เพื่อให้สามารถแก้ไขไฟล์ใน `/` ได้ (ไม่แนะนำ) หรือย้าย MongoDB ไปยังตำแหน่งอื่นที่ไม่ได้รับการป้องกันโดย SIP

ขั้นตอนการติดตั้งบน Linux (Ubuntu/Debian)

สำหรับ Linux (ตัวอย่างเช่น Ubuntu/Debian) การติดตั้ง MongoDB สามารถทำได้ผ่าน Package Manager ครับ

  1. นำเข้า MongoDB public GPG key
  2. wget -qO - https://www.mongodb.org/static/pgp/server-6.0.asc | sudo apt-key add -
  3. สร้างไฟล์ list สำหรับ MongoDB
  4. echo "deb [ arch=amd64,arm64 ] https://repo.mongodb.org/apt/ubuntu focal/mongodb-org/6.0 multiverse" | sudo tee /etc/apt/sources.list.d/mongodb-org-6.0.list
  5. อัปเดต Package lists
  6. sudo apt update
  7. ติดตั้ง MongoDB
  8. sudo apt install -y mongodb-org
  9. เริ่มต้น MongoDB Service
  10. sudo systemctl start mongod
  11. ตรวจสอบสถานะของ MongoDB Service
  12. sudo systemctl status mongod

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย:

  • ปัญหา: ไม่สามารถเริ่มต้น `mongod` service ได้
  • วิธีแก้ไข: ตรวจสอบ Log file ที่ `/var/log/mongodb/mongod.log` เพื่อดูรายละเอียดของข้อผิดพลาด อาจเกิดจากสิทธิ์การเข้าถึงโฟลเดอร์, พื้นที่ดิสก์ไม่เพียงพอ หรือ Config file ผิดพลาด

การตั้งค่า Environment Variables (ถ้าจำเป็น)

เพื่อให้คุณสามารถเรียกใช้งาน `mongo` command จาก Command Line ได้ทุกที่ เราจำเป็นต้องเพิ่ม Path ของ MongoDB binaries ลงใน Environment Variables ครับ

Windows

  1. ค้นหา "Environment Variables" ใน Start Menu
  2. คลิก "Edit the system environment variables"
  3. คลิก "Environment Variables..."
  4. ในส่วน "System variables" เลือก "Path" แล้วคลิก "Edit..."
  5. คลิก "New" แล้วเพิ่ม Path ของ MongoDB binaries (เช่น `C:\Program Files\MongoDB\Server\6.0\bin`)
  6. คลิก "OK" ทั้งหมด

macOS/Linux

  1. แก้ไขไฟล์ `~/.bash_profile` หรือ `~/.zshrc` (ขึ้นอยู่กับ Shell ที่คุณใช้)
  2. nano ~/.bash_profile
  3. เพิ่มบรรทัดต่อไปนี้ (แก้ไข Path ให้ถูกต้อง)
  4. export PATH="/usr/local/mongodb/bin:$PATH"
  5. บันทึกไฟล์แล้ว Reload Shell
  6. source ~/.bash_profile

ตรวจสอบการติดตั้ง

หลังจากติดตั้งและตั้งค่า Environment Variables เรียบร้อยแล้ว เราสามารถตรวจสอบว่า MongoDB ติดตั้งสำเร็จหรือไม่ โดยการเปิด Command Prompt หรือ Terminal แล้วพิมพ์คำสั่ง:

mongo --version

ถ้า MongoDB ติดตั้งสำเร็จ จะแสดงเวอร์ชันของ MongoDB ที่ติดตั้งไว้

สรุป

ในบทความนี้ เราได้เรียนรู้วิธีการติดตั้ง MongoDB Community Edition บนระบบปฏิบัติการต่างๆ พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาที่พบบ่อยในการติดตั้ง ตอนนี้คุณก็พร้อมที่จะเริ่มต้นใช้งาน MongoDB แล้ว ในบทความต่อไป เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับ MongoDB Shell ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักพัฒนาในการจัดการฐานข้อมูล MongoDB ครับ

Office.in.th Custom Service

Want to build or adapt a system from this structure?

Office.in.th designs and develops enterprise web applications, API integrations, and public- and private-sector management systems, with long-term support.

See our software development service