ไวยากรณ์พื้นฐานของ PHP: Statements และ Comments
ในบทเรียนนี้ เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับไวยากรณ์พื้นฐานของภาษา PHP ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราเขียนโค้ดได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยเราจะเน้นที่ Statements และ Comments ซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ในการเขียนโปรแกรม
Statements คืออะไร?
ในภาษา PHP, Statement คือคำสั่งที่โปรแกรมจะดำเนินการ Statement แต่ละอันจะบอกให้ PHP ทำอะไรบางอย่าง เช่น การแสดงข้อความ การคำนวณ หรือการกำหนดค่าให้กับตัวแปร
ตัวอย่าง Statement ใน PHP:
echo "สวัสดีชาวโลก!"; // แสดงข้อความ "สวัสดีชาวโลก!"
$x = 5; // กำหนดค่า 5 ให้กับตัวแปร $x
$y = $x + 3; // คำนวณค่า $x + 3 และกำหนดให้กับตัวแปร $y
จากตัวอย่างข้างต้น เราจะเห็นว่าแต่ละบรรทัดคือ Statement ที่บอกให้ PHP ทำงานที่แตกต่างกันไป
การใช้ Comments
Comments คือข้อความที่ใส่ไว้ในโค้ดเพื่ออธิบายการทำงานของโค้ดส่วนนั้นๆ คอมเมนต์จะไม่ถูกนำไปประมวลผลโดย PHP แต่มีไว้เพื่อช่วยให้โปรแกรมเมอร์เข้าใจโค้ดได้ง่ายขึ้น
PHP รองรับ Comments หลายรูปแบบ:
- Single-line comments: ใช้เครื่องหมาย
//เพื่อสร้าง Comments ที่กินพื้นที่เพียงหนึ่งบรรทัด - Multi-line comments: ใช้เครื่องหมาย
/*และ*/เพื่อสร้าง Comments ที่กินพื้นที่หลายบรรทัด - Documentation comments: (สำหรับฟังก์ชันและคลาส) ใช้เครื่องหมาย
/**และ*/เพื่อสร้าง Comments ที่ใช้ในการสร้างเอกสารประกอบโค้ด
ตัวอย่างการใช้ Comments:
<?php
// นี่คือ single-line comment
echo "Hello, world!"; // แสดงข้อความ "Hello, world!"
/*
นี่คือ multi-line comment
ที่สามารถเขียนได้หลายบรรทัด
*/
/**
* ฟังก์ชันนี้ใช้สำหรับคำนวณพื้นที่สี่เหลี่ยม
* @param float $width ความกว้างของสี่เหลี่ยม
* @param float $height ความสูงของสี่เหลี่ยม
* @return float พื้นที่ของสี่เหลี่ยม
*/
function calculateArea(float $width, float $height): float {
return $width * $height;
}
?>
ประโยชน์ของการใช้ Comments:
- ช่วยให้ผู้อื่น (รวมถึงตัวคุณเองในอนาคต) เข้าใจโค้ดได้ง่ายขึ้น
- ช่วยในการ Debug โค้ด
- ช่วยในการสร้างเอกสารประกอบโค้ด
การจบ Statements ด้วย Semicolon
ในภาษา PHP, Statement ส่วนใหญ่จะต้องจบด้วยเครื่องหมาย Semicolon (;) เพื่อบอกให้ PHP รู้ว่า Statement นั้นสิ้นสุดแล้ว การลืมใส่ Semicolon อาจทำให้เกิด Error ในโปรแกรมได้
ตัวอย่างการใช้ Semicolon:
$name = "John"; // จบ Statement ด้วย Semicolon
echo "Hello, " . $name . "!"; // จบ Statement ด้วย Semicolon
ข้อยกเว้น:
มีบางกรณีที่ไม่จำเป็นต้องใส่ Semicolon เช่น:
- Statement สุดท้ายใน Block ของ Code (เช่น ภายใน
if,else,for,while) - หลังจาก closing tag
?>ของ PHP
ตัวอย่างข้อยกเว้น:
<?php
if ($age >= 18) {
echo "You are an adult" // ไม่ต้องใส่ Semicolon เพราะเป็น Statement สุดท้ายใน Block
}
?>
แม้ว่าในบางกรณีจะไม่จำเป็นต้องใส่ Semicolon แต่การใส่ Semicolon เสมอจะช่วยให้โค้ดมีความสม่ำเสมอและอ่านง่ายขึ้น
สรุป
ในบทเรียนนี้ เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับ:
- Statements: คำสั่งที่โปรแกรมจะดำเนินการ
- Comments: ข้อความที่ใส่ไว้ในโค้ดเพื่ออธิบายการทำงาน
- Semicolon: เครื่องหมายที่ใช้จบ Statements (ส่วนใหญ่)
การเข้าใจไวยากรณ์พื้นฐานเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญในการเริ่มต้นเขียนโปรแกรมด้วย PHP ในบทเรียนต่อไป เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับตัวแปรและการประกาศใช้งานใน PHP
แบบฝึกหัด:
- เขียนโปรแกรม PHP ที่แสดงชื่อและนามสกุลของคุณ โดยใช้
echoStatement - เพิ่ม Comments เพื่ออธิบายการทำงานของโปรแกรมของคุณ
- ลองลบ Semicolon ออกจาก Statement บาง Statement แล้วดูว่าเกิดอะไรขึ้น
ขอให้สนุกกับการเรียนรู้ PHP!