Workshop: สร้างระบบ Payment Gateway - บทที่ 2: เตรียมความพร้อม: ติดตั้ง PHP และ Composer
สวัสดีครับ! ในบทที่แล้ว เราได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Payment Gateway และ Interface กันไปแล้ว ในบทนี้ เราจะมาเตรียมความพร้อมสำหรับการพัฒนา โดยการติดตั้งเครื่องมือที่จำเป็น นั่นก็คือ PHP และ Composer ครับ
ทำไมต้อง PHP และ Composer?
PHP (Hypertext Preprocessor) เป็นภาษาโปรแกรมมิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการพัฒนาเว็บไซต์และเว็บแอปพลิเคชัน เหตุผลที่เราเลือกใช้ PHP ใน Workshop นี้ก็เพราะว่า:
- ใช้งานง่าย: PHP มีไวยากรณ์ที่ค่อนข้างง่าย ทำให้ง่ายต่อการเรียนรู้และใช้งาน
- ชุมชนขนาดใหญ่: PHP มีชุมชนนักพัฒนาขนาดใหญ่ ทำให้มีแหล่งข้อมูลและไลบรารีมากมายให้เลือกใช้
- รองรับ Payment Gateway: Payment Gateway ส่วนใหญ่มีไลบรารีหรือ SDK (Software Development Kit) ที่รองรับ PHP ทำให้การเชื่อมต่อและการใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น
Composer เป็น Dependency Manager สำหรับ PHP พูดง่ายๆ ก็คือ Composer จะช่วยจัดการไลบรารี (libraries) หรือ Package ที่เราต้องการใช้ใน Project ของเรา ทำให้เราไม่ต้องดาวน์โหลดและติดตั้งไลบรารีเหล่านั้นเอง Composer จะจัดการให้เราทั้งหมด
ติดตั้ง PHP
การติดตั้ง PHP จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการที่คุณใช้ ผมจะยกตัวอย่างวิธีการติดตั้งสำหรับระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้กัน:
Windows
วิธีที่ง่ายที่สุดในการติดตั้ง PHP บน Windows คือการใช้ XAMPP หรือ WAMP ซึ่งเป็นแพ็กเกจที่รวมเอา Apache (Web Server), MySQL (Database), และ PHP ไว้ด้วยกัน
- ดาวน์โหลด XAMPP: เข้าไปที่ https://www.apachefriends.org/download.html และดาวน์โหลด XAMPP เวอร์ชันที่รองรับ PHP 8.0 ขึ้นไป (แนะนำให้ใช้เวอร์ชันล่าสุดที่เสถียร)
- ติดตั้ง XAMPP: ทำตามขั้นตอนการติดตั้งที่ปรากฏบนหน้าจอ
- เริ่ม Apache และ MySQL: หลังจากติดตั้งเสร็จ ให้เปิด XAMPP Control Panel และเริ่ม Apache และ MySQL
- ตรวจสอบการติดตั้ง: สร้างไฟล์ชื่อ
info.phpในโฟลเดอร์htdocs(โดยปกติจะอยู่ที่C:\xampp\htdocs) และใส่โค้ดต่อไปนี้:<?php phpinfo(); ?> - เปิด Browser: เปิด Browser และพิมพ์
localhost/info.phpถ้าทุกอย่างถูกต้อง คุณจะเห็นหน้าเว็บที่แสดงข้อมูลเกี่ยวกับ PHP
macOS
บน macOS คุณสามารถติดตั้ง PHP ได้หลายวิธี วิธีที่แนะนำคือการใช้ Homebrew
- ติดตั้ง Homebrew: ถ้ายังไม่ได้ติดตั้ง Homebrew ให้เปิด Terminal และรันคำสั่ง:
/bin/bash -c "$(curl -fsSL https://raw.githubusercontent.com/Homebrew/install/HEAD/install.sh)" - ติดตั้ง PHP: รันคำสั่ง:
brew install php - ตรวจสอบการติดตั้ง: เปิด Terminal และรันคำสั่ง:
php -vคุณควรเห็นข้อมูลเกี่ยวกับ PHP เวอร์ชันที่ติดตั้ง
Linux (Ubuntu/Debian)
- อัปเดต Package List: เปิด Terminal และรันคำสั่ง:
sudo apt update - ติดตั้ง PHP: รันคำสั่ง:
sudo apt install php libapache2-mod-php php-cliนอกจากนี้ คุณอาจต้องติดตั้ง Extension อื่นๆ ที่จำเป็น เช่น:
sudo apt install php-curl php-json php-mbstring php-xml - ตรวจสอบการติดตั้ง: เปิด Terminal และรันคำสั่ง:
php -vคุณควรเห็นข้อมูลเกี่ยวกับ PHP เวอร์ชันที่ติดตั้ง
ติดตั้ง Composer
หลังจากติดตั้ง PHP แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการติดตั้ง Composer
Windows
- ดาวน์โหลด Composer: เข้าไปที่ https://getcomposer.org/download/ และดาวน์โหลด Composer-Setup.exe
- ติดตั้ง Composer: ทำตามขั้นตอนการติดตั้งที่ปรากฏบนหน้าจอ
- ตรวจสอบการติดตั้ง: เปิด Command Prompt และรันคำสั่ง:
composer -vคุณควรเห็นข้อมูลเกี่ยวกับ Composer เวอร์ชันที่ติดตั้ง
macOS/Linux
- ดาวน์โหลด Composer: เปิด Terminal และรันคำสั่ง:
curl -sS https://getcomposer.org/installer | php - ย้าย Composer ไปยัง Directory ที่สามารถเรียกใช้งานได้: รันคำสั่ง:
sudo mv composer.phar /usr/local/bin/composer - ตรวจสอบการติดตั้ง: เปิด Terminal และรันคำสั่ง:
composer -vคุณควรเห็นข้อมูลเกี่ยวกับ Composer เวอร์ชันที่ติดตั้ง
ตรวจสอบการติดตั้ง
หลังจากติดตั้ง PHP และ Composer แล้ว เรามาตรวจสอบกันอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างทำงานได้อย่างถูกต้อง
ตรวจสอบ PHP
เปิด Terminal หรือ Command Prompt และรันคำสั่ง:
php -v
คุณควรเห็นข้อมูลเกี่ยวกับ PHP เวอร์ชันที่ติดตั้ง เช่น:
PHP 8.2.0 (cli) (built: Dec 22 2022 10:32:36) (NTS)
Copyright (c) The PHP Group
Zend Engine v4.2.0, Copyright (c) Zend Technologies
with Zend OPcache v8.2.0, Copyright (c), by Zend Technologies
ตรวจสอบ Composer
เปิด Terminal หรือ Command Prompt และรันคำสั่ง:
composer -v
คุณควรเห็นข้อมูลเกี่ยวกับ Composer เวอร์ชันที่ติดตั้ง เช่น:
Composer version 2.5.1 2022-12-15 13:27:38
ถ้าคุณเห็นข้อมูลคล้ายกับตัวอย่างด้านบน แสดงว่าคุณได้ติดตั้ง PHP และ Composer สำเร็จแล้ว! ยินดีด้วยครับ!
สรุป
ในบทนี้ เราได้เรียนรู้วิธีการติดตั้ง PHP และ Composer ซึ่งเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการพัฒนา Payment Gateway ของเรา ในบทถัดไป เราจะเริ่มสร้าง Project และกำหนดโครงสร้างเริ่มต้นของระบบกันครับ แล้วเจอกันในบทหน้า!