ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
คู่มือระบบ เนื้อหาผ่านการตรวจสอบแล้ว

Operators ใน WHERE Clause

บทความนี้อธิบายถึง Operators พื้นฐานที่ใช้ใน `WHERE` Clause ของ MySQL เพื่อเปรียบเทียบค่าในคอลัมน์กับค่าที่กำหนด เช่น เท่ากับ (=), มากกว่า (>), น้อยกว่า (<), แล...

Operators ใน WHERE Clause

ในบทที่แล้ว เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับ WHERE Clause ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการกรองข้อมูลจากตารางในฐานข้อมูล MySQL ในบทนี้ เราจะมาเจาะลึกถึง Operators ต่างๆ ที่เราสามารถใช้ใน WHERE Clause เพื่อสร้างเงื่อนไขที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

Operators คืออะไร?

Operators คือสัญลักษณ์ที่ใช้ในการดำเนินการต่างๆ ทางคณิตศาสตร์ หรือการเปรียบเทียบ ในบริบทของ WHERE Clause Operators จะใช้เพื่อเปรียบเทียบค่าในคอลัมน์กับค่าที่เราต้องการกรองข้อมูล

Operators พื้นฐานที่ควรรู้

ต่อไปนี้คือ Operators พื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุดใน WHERE Clause พร้อมคำอธิบายและตัวอย่าง:

1. Operator เท่ากับ (=)

Operator = ใช้เพื่อตรวจสอบว่าค่าในคอลัมน์เท่ากับค่าที่กำหนดหรือไม่

ตัวอย่าง:

SELECT * FROM customers WHERE city = 'London';

คำสั่ง SQL นี้จะเลือกข้อมูลทั้งหมดจากตาราง customers โดยที่ค่าในคอลัมน์ city เท่ากับ 'London'

2. Operator มากกว่า (>)

Operator > ใช้เพื่อตรวจสอบว่าค่าในคอลัมน์มากกว่าค่าที่กำหนดหรือไม่

ตัวอย่าง:

SELECT * FROM products WHERE price > 50;

คำสั่ง SQL นี้จะเลือกข้อมูลทั้งหมดจากตาราง products โดยที่ค่าในคอลัมน์ price มากกว่า 50

3. Operator น้อยกว่า (<)

Operator < ใช้เพื่อตรวจสอบว่าค่าในคอลัมน์น้อยกว่าค่าที่กำหนดหรือไม่

ตัวอย่าง:

SELECT * FROM orders WHERE order_date < '2023-01-01';

คำสั่ง SQL นี้จะเลือกข้อมูลทั้งหมดจากตาราง orders โดยที่ค่าในคอลัมน์ order_date น้อยกว่าวันที่ 1 มกราคม 2023

4. Operator มากกว่าหรือเท่ากับ (>=)

Operator >= ใช้เพื่อตรวจสอบว่าค่าในคอลัมน์มากกว่าหรือเท่ากับค่าที่กำหนดหรือไม่

ตัวอย่าง:

SELECT * FROM employees WHERE salary >= 30000;

คำสั่ง SQL นี้จะเลือกข้อมูลทั้งหมดจากตาราง employees โดยที่ค่าในคอลัมน์ salary มากกว่าหรือเท่ากับ 30000

5. Operator น้อยกว่าหรือเท่ากับ (<=)

Operator <= ใช้เพื่อตรวจสอบว่าค่าในคอลัมน์น้อยกว่าหรือเท่ากับค่าที่กำหนดหรือไม่

ตัวอย่าง:

SELECT * FROM products WHERE quantity <= 10;

คำสั่ง SQL นี้จะเลือกข้อมูลทั้งหมดจากตาราง products โดยที่ค่าในคอลัมน์ quantity น้อยกว่าหรือเท่ากับ 10

6. Operator ไม่เท่ากับ (!= หรือ <>)

Operator != หรือ <> ใช้เพื่อตรวจสอบว่าค่าในคอลัมน์ไม่เท่ากับค่าที่กำหนดหรือไม่ ทั้งสอง operators นี้มีความหมายเหมือนกันและสามารถใช้สลับกันได้

ตัวอย่าง:

SELECT * FROM customers WHERE country != 'USA';

หรือ

SELECT * FROM customers WHERE country <> 'USA';

คำสั่ง SQL เหล่านี้จะเลือกข้อมูลทั้งหมดจากตาราง customers โดยที่ค่าในคอลัมน์ country ไม่เท่ากับ 'USA'

ตัวอย่างการใช้งาน Operators ร่วมกับฐานข้อมูลตัวอย่าง

สมมติว่าเรามีตาราง products ที่มีข้อมูลดังนี้:

+----+-------------+-------+----------+
| id | name        | price | quantity |
+----+-------------+-------+----------+
| 1  | Laptop      | 1200  | 5        |
| 2  | Mouse       | 25    | 50       |
| 3  | Keyboard    | 75    | 30       |
| 4  | Monitor     | 300   | 15       |
| 5  | USB Drive   | 10    | 100      |
+----+-------------+-------+----------+

ต่อไปนี้คือตัวอย่างการใช้งาน Operators ต่างๆ กับตาราง products:

  • ค้นหาสินค้าที่มีราคาเท่ากับ 75:
  • SELECT * FROM products WHERE price = 75;
    

    ผลลัพธ์:

    +----+----------+-------+----------+
    | id | name     | price | quantity |
    +----+----------+-------+----------+
    | 3  | Keyboard | 75    | 30       |
    +----+----------+-------+----------+
    
  • ค้นหาสินค้าที่มีราคาสูงกว่า 100:
  • SELECT * FROM products WHERE price > 100;
    

    ผลลัพธ์:

    +----+----------+-------+----------+
    | id | name     | price | quantity |
    +----+----------+-------+----------+
    | 1  | Laptop   | 1200  | 5        |
    | 4  | Monitor  | 300   | 15       |
    +----+----------+-------+----------+
    
  • ค้นหาสินค้าที่มีจำนวนน้อยกว่า 20:
  • SELECT * FROM products WHERE quantity < 20;
    

    ผลลัพธ์:

    +----+----------+-------+----------+
    | id | name     | price | quantity |
    +----+----------+-------+----------+
    | 1  | Laptop   | 1200  | 5        |
    | 4  | Monitor  | 300   | 15       |
    +----+----------+-------+----------+
    
  • ค้นหาสินค้าที่มีราคาสูงกว่าหรือเท่ากับ 300:
  • SELECT * FROM products WHERE price >= 300;
    

    ผลลัพธ์:

    +----+----------+-------+----------+
    | id | name     | price | quantity |
    +----+----------+-------+----------+
    | 1  | Laptop   | 1200  | 5        |
    | 4  | Monitor  | 300   | 15       |
    +----+----------+-------+----------+
    
  • ค้นหาสินค้าที่มีจำนวนน้อยกว่าหรือเท่ากับ 10:
  • SELECT * FROM products WHERE quantity <= 10;
    

    ผลลัพธ์:

    +----+-----------+-------+----------+
    | id | name      | price | quantity |
    +----+-----------+-------+----------+
    | 1  | Laptop    | 1200  | 5        |
    +----+-----------+-------+----------+
    
  • ค้นหาสินค้าที่ไม่ใช่ Mouse:
  • SELECT * FROM products WHERE name != 'Mouse';
    

    ผลลัพธ์:

    +----+-----------+-------+----------+
    | id | name      | price | quantity |
    +----+-----------+-------+----------+
    | 1  | Laptop    | 1200  | 5        |
    | 3  | Keyboard  | 75    | 30       |
    | 4  | Monitor   | 300   | 15       |
    | 5  | USB Drive | 10    | 100      |
    +----+-----------+-------+----------+
    

ข้อควรจำ

  • Operators เหล่านี้สามารถใช้ได้กับ Data Types ที่หลากหลาย เช่น ตัวเลข ข้อความ และวันที่
  • การใช้ Operators ที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
  • สามารถใช้ Operators หลายตัวร่วมกันใน WHERE Clause เพื่อสร้างเงื่อนไขที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งเราจะกล่าวถึงในบทต่อๆ ไป

สรุป

ในบทนี้ เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับ Operators พื้นฐานที่ใช้ใน WHERE Clause ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการกรองข้อมูลใน MySQL การเข้าใจ Operators เหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการเขียน Queries ที่มีประสิทธิภาพ ในบทต่อไป เราจะเรียนรู้เกี่ยวกับ Clause ORDER BY ซึ่งใช้ในการเรียงลำดับข้อมูลที่ได้จากการ Query

Office.in.th Custom Service

ต้องการพัฒนาระบบหรือปรับแต่งจากโครงสร้างนี้?

Office.in.th รับพัฒนาและออกแบบ Enterprise Web Application, API Integration และระบบบริหารงานภาครัฐ/เอกชน พร้อมการสนับสนุนระยะยาว

ดูบริการรับพัฒนาซอฟต์แวร์