跳到主要内容

เนื้อหาภาษาไทย / 泰语内容

系统指南 内容已审核

ข้อมูลส่วนบุคคลคืออะไร: เจาะลึกประเภทของข้อมูลที่ PDPA คุ้มครอง

บทความนี้เจาะลึกถึงความหมายและประเภทของ "ข้อมูลส่วนบุคคล" ตามที่ระบุใน PDPA ซึ่งครอบคลุมทั้งข้อมูลที่ระบุตัวตนได้โดยตรงและโดยอ้อม รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไห...

ข้อมูลส่วนบุคคลคืออะไร: เจาะลึกประเภทของข้อมูลที่ PDPA คุ้มครอง

จากบทความที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับ PDPA หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ไปแล้ว ในบทความนี้ เราจะเจาะลึกลงไปในรายละเอียดว่าอะไรคือ "ข้อมูลส่วนบุคคล" ที่ PDPA ให้ความคุ้มครอง เพื่อให้คุณเข้าใจขอบเขตของกฎหมายนี้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

ข้อมูลส่วนบุคคล: คำนิยามเบื้องต้น

ตาม PDPA, ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว

คำว่า "สามารถระบุตัวบุคคลได้" นี่แหละคือหัวใจสำคัญ ลองพิจารณาตัวอย่างง่ายๆ:

  • ชื่อ-นามสกุล: ชัดเจนที่สุด, สามารถระบุตัวบุคคลได้โดยตรง
  • หมายเลขโทรศัพท์: สามารถใช้ค้นหาข้อมูลเจ้าของเบอร์ได้
  • ที่อยู่: สามารถระบุสถานที่ที่บุคคลนั้นอาศัยอยู่ได้

ข้อมูลเหล่านี้เมื่อนำมารวมกัน หรือแม้แต่ข้อมูลบางอย่างเพียงอย่างเดียว ก็สามารถนำไปสู่การระบุตัวบุคคลได้แล้ว

ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ PDPA คุ้มครอง

PDPA คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหลากหลายประเภท เราจะแบ่งออกเป็นกลุ่มเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น:

1. ข้อมูลระบุตัวตน (Identity Data)

เป็นข้อมูลที่ใช้ระบุตัวตนของบุคคลได้โดยตรงหรือโดยอ้อม ตัวอย่าง:

  • ชื่อ-นามสกุล
  • หมายเลขประจำตัวประชาชน
  • วันเดือนปีเกิด
  • เพศ
  • รูปถ่าย
  • ลายมือชื่อ
  • หมายเลขหนังสือเดินทาง
  • หมายเลขใบขับขี่

2. ข้อมูลติดต่อ (Contact Data)

เป็นข้อมูลที่ใช้ติดต่อสื่อสารกับบุคคลนั้นได้ ตัวอย่าง:

  • ที่อยู่ (ที่อยู่อาศัย, ที่ทำงาน)
  • หมายเลขโทรศัพท์ (มือถือ, บ้าน, ที่ทำงาน)
  • อีเมลแอดเดรส (ส่วนตัว, ที่ทำงาน)
  • ชื่อผู้ใช้ (Username) ในบริการต่างๆ (เช่น Social Media)

3. ข้อมูลทางการเงิน (Financial Data)

เป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานะทางการเงินของบุคคล ตัวอย่าง:

  • หมายเลขบัญชีธนาคาร
  • หมายเลขบัตรเครดิต/เดบิต
  • ข้อมูลการทำธุรกรรมทางการเงิน (รายการซื้อขาย, การโอนเงิน)
  • รายได้
  • ข้อมูลเครดิตบูโร

4. ข้อมูลสุขภาพ (Health Data)

เป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพร่างกายและจิตใจของบุคคล ซึ่งเป็นข้อมูลที่อ่อนไหวเป็นพิเศษ ตัวอย่าง:

  • ประวัติการรักษา
  • ผลการตรวจสุขภาพ
  • ข้อมูลการแพ้ยา
  • ข้อมูลการบริจาคโลหิต
  • ข้อมูลเกี่ยวกับความพิการ
  • ข้อมูลสุขภาพจิต

5. ข้อมูลทางชีวมิติ (Biometric Data)

เป็นข้อมูลทางเทคนิคที่ได้จากการวัดลักษณะทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคล ซึ่งนำไปใช้ในการระบุตัวตนได้ ตัวอย่าง:

  • ลายนิ้วมือ
  • ภาพสแกนม่านตา
  • ภาพสแกนใบหน้า
  • เสียง (ลักษณะเสียงที่เป็นเอกลักษณ์)
  • ลักษณะการเดิน

ข้อมูลทางชีวมิติถือเป็นข้อมูลที่อ่อนไหวมาก เนื่องจากมีความเฉพาะเจาะจงและเปลี่ยนแปลงได้ยาก

6. ข้อมูลทางเชื้อชาติ (Racial or Ethnic Origin)

เป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเชื้อชาติ, ชาติพันธุ์ หรือเผ่าพันธุ์ของบุคคล ซึ่งเป็นข้อมูลที่อ่อนไหวและอาจนำไปสู่การเลือกปฏิบัติได้ ตัวอย่าง:

  • เชื้อชาติ (ไทย, จีน, ญี่ปุ่น, ฯลฯ)
  • ชาติพันธุ์ (ม้ง, กะเหรี่ยง, ฯลฯ)
  • ภาษาแม่ (ที่แสดงถึงกลุ่มชาติพันธุ์)

7. ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว (Sensitive Personal Data)

นอกจากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้น PDPA ยังให้ความคุ้มครองเป็นพิเศษกับ "ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว" ซึ่งรวมถึง:

  • ข้อมูลเชื้อชาติ
  • ข้อมูลความเชื่อทางศาสนาหรือปรัชญา
  • ข้อมูลพฤติกรรมทางเพศ
  • ข้อมูลประวัติอาชญากรรม
  • ข้อมูลสหภาพแรงงาน
  • ข้อมูลสุขภาพ
  • ข้อมูลทางพันธุกรรม
  • ข้อมูลทางชีวมิติ
  • ข้อมูลอื่นใดที่กระทบต่อเจ้าของข้อมูลในลักษณะเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูล และต้องมีเหตุผลที่ชอบด้วยกฎหมาย

8. ข้อมูลอื่นๆ ที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

นอกจากประเภทข้อมูลที่กล่าวมา ยังมีข้อมูลอื่นๆ ที่อาจถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลได้ หากข้อมูลนั้นสามารถนำไปสู่การระบุตัวบุคคลได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ตัวอย่าง:

  • หมายเลข IP Address (สามารถระบุตำแหน่งที่ตั้งโดยประมาณ)
  • Cookie ID (ใช้ติดตามพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์)
  • ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง (Location Data) (เช่น GPS coordinates)
  • ประวัติการเข้าชมเว็บไซต์
  • ข้อมูลการใช้งานแอปพลิเคชัน
  • ข้อมูลการค้นหา (Search history)
  • ความคิดเห็น (Comments) ที่ระบุตัวตน

ตัวอย่างสถานการณ์

เพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น ลองพิจารณาสถานการณ์ต่อไปนี้:

สถานการณ์ที่ 1: โรงพยาบาลเก็บข้อมูลผู้ป่วย

  • ข้อมูลส่วนบุคคล: ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, ประวัติการรักษา, ผลการตรวจสุขภาพ, ข้อมูลการแพ้ยา
  • ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว: ข้อมูลสุขภาพ, ข้อมูลทางพันธุกรรม (ถ้ามีการตรวจ)

สถานการณ์ที่ 2: บริษัทอีคอมเมิร์ซเก็บข้อมูลลูกค้า

  • ข้อมูลส่วนบุคคล: ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่จัดส่ง, อีเมลแอดเดรส, หมายเลขโทรศัพท์, ประวัติการสั่งซื้อ, หมายเลขบัตรเครดิต (ถ้ามีการบันทึก), หมายเลข IP Address, Cookie ID
  • ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว: (อาจมี หากลูกค้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนา หรือข้อมูลสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่ซื้อ)

สถานการณ์ที่ 3: แอปพลิเคชันหาคู่

  • ข้อมูลส่วนบุคคล: ชื่อเล่น, อายุ, เพศ, รูปภาพ, ข้อมูลส่วนตัว, ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง, ข้อมูลความสนใจ
  • ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว: ข้อมูลพฤติกรรมทางเพศ, ข้อมูลเชื้อชาติ (ถ้ามีการระบุ)

สรุป

การทำความเข้าใจว่าอะไรคือ "ข้อมูลส่วนบุคคล" เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิบัติตาม PDPA ข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้จำกัดอยู่แค่ชื่อ ที่อยู่ หรือเบอร์โทรศัพท์ แต่รวมถึงข้อมูลใดๆ ที่สามารถนำไปสู่การระบุตัวบุคคลได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

ในบทความถัดไป เราจะมาดูกันว่า "เจ้าของข้อมูล" คือใคร และมีสิทธิและความรับผิดชอบอะไรบ้างภายใต้ PDPA

Office.in.th Custom Service

想基于此结构开发或定制系统?

Office.in.th 承接企业级 Web Application、API Integration 以及政府/企业管理系统的设计与开发,并提供长期支持。

查看软件开发服务