跳到主要内容

เนื้อหาภาษาไทย / 泰语内容

系统指南 内容已审核

การติดตั้ง Composer บนระบบปฏิบัติการต่างๆ

บทความนี้อธิบายขั้นตอนการติดตั้ง Composer บนระบบปฏิบัติการ Windows, macOS และ Linux โดยเน้นวิธีการดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้ง, การตั้งค่า PATH (ถ้าจำเป็น) และการตรวจสอ...

การติดตั้ง Composer บนระบบปฏิบัติการต่างๆ

หลังจากที่เราได้รู้จักกับ Composer และประโยชน์ของมันในบทที่แล้ว ในบทนี้เราจะมาเรียนรู้วิธีการติดตั้ง Composer บนระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกัน ได้แก่ Windows, macOS และ Linux เพื่อให้เราสามารถเริ่มต้นใช้งาน Composer ในโปรเจกต์ PHP ของเราได้

ดาวน์โหลด Composer

ขั้นตอนแรกในการติดตั้ง Composer คือการดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้งจากเว็บไซต์ทางการของ Composer โดยสามารถเข้าไปที่ https://getcomposer.org/download/

บนหน้าดาวน์โหลด คุณจะพบกับวิธีการติดตั้งที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละระบบปฏิบัติการ

การติดตั้งบน Windows

สำหรับผู้ใช้งาน Windows วิธีที่ง่ายที่สุดในการติดตั้ง Composer คือการดาวน์โหลดตัวติดตั้ง (Composer-Setup.exe) จากเว็บไซต์ https://getcomposer.org/download/

  1. ดาวน์โหลด Composer-Setup.exe
  2. ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ Composer-Setup.exe เพื่อเริ่มการติดตั้ง
  3. ตัวติดตั้งจะถามว่าคุณต้องการติดตั้ง Composer สำหรับผู้ใช้ปัจจุบันเท่านั้น หรือสำหรับผู้ใช้ทุกคนบนเครื่อง เลือกตามความเหมาะสม
  4. ตัวติดตั้งจะถามหาพาธของ PHP CLI (Command Line Interface) หากตัวติดตั้งไม่สามารถหาได้เอง คุณจะต้องระบุพาธเอง โดยปกติแล้วจะอยู่ในรูปแบบ C:\xampp\php\php.exe หรือ C:\php\php.exe (ขึ้นอยู่กับวิธีการติดตั้ง PHP ของคุณ)
  5. เลือกที่จะเพิ่ม Composer ไปยัง PATH environment variable เพื่อให้คุณสามารถเรียกใช้ Composer จาก Command Prompt หรือ PowerShell ได้จากทุกที่
  6. คลิก "Next" เพื่อดำเนินการติดตั้งต่อ
  7. เมื่อการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ให้เปิด Command Prompt หรือ PowerShell ใหม่ และพิมพ์ composer เพื่อตรวจสอบว่า Composer ถูกติดตั้งเรียบร้อยแล้ว

คำศัพท์ที่ควรรู้:

  • CLI (Command Line Interface): อินเทอร์เฟซสำหรับใช้งานโปรแกรมผ่านทางข้อความ (Text) แทนที่จะเป็นกราฟิก (GUI)
  • PATH environment variable: ตัวแปรที่เก็บรายการของไดเรกทอรีที่ระบบปฏิบัติการจะค้นหาโปรแกรมที่รันจาก Command Line

การติดตั้งบน macOS

มีหลายวิธีในการติดตั้ง Composer บน macOS ที่นิยมใช้กันคือการใช้ Homebrew หรือการดาวน์โหลดไฟล์ composer.phar โดยตรง

การติดตั้งด้วย Homebrew (แนะนำ)

หากคุณมี Homebrew ติดตั้งอยู่แล้ว คุณสามารถติดตั้ง Composer ได้อย่างง่ายดายด้วยคำสั่ง:

brew install composer

การติดตั้งด้วย composer.phar

  1. ดาวน์โหลดไฟล์ composer.phar จาก https://getcomposer.org/download/
  2. เปิด Terminal
  3. ย้ายไฟล์ composer.phar ไปยังไดเรกทอรีที่ต้องการ เช่น /usr/local/bin
  4. เปลี่ยนชื่อไฟล์เป็น composer และทำให้เป็น executable ด้วยคำสั่ง:
    mv composer.phar /usr/local/bin/composer
    chmod +x /usr/local/bin/composer
    
  5. ตรวจสอบว่า Composer ถูกติดตั้งเรียบร้อยแล้วโดยพิมพ์ composer ใน Terminal

อธิบายคำสั่ง:

  • mv composer.phar /usr/local/bin/composer: ย้ายไฟล์ composer.phar ไปยัง /usr/local/bin และเปลี่ยนชื่อเป็น composer
  • chmod +x /usr/local/bin/composer: กำหนดสิทธิ์ให้ไฟล์ composer สามารถ execute ได้

การติดตั้งบน Linux

เช่นเดียวกับ macOS, Linux ก็มีหลายวิธีในการติดตั้ง Composer ที่นิยมคือการใช้ Package Manager ของแต่ละ Distribution หรือการดาวน์โหลดไฟล์ composer.phar โดยตรง

การติดตั้งด้วย Package Manager (ตัวอย่าง: apt บน Ubuntu/Debian)

บน Ubuntu หรือ Debian คุณสามารถติดตั้ง Composer ได้ด้วยคำสั่ง:

sudo apt update
sudo apt install composer

การติดตั้งด้วย composer.phar

  1. ดาวน์โหลดไฟล์ composer.phar จาก https://getcomposer.org/download/
  2. เปิด Terminal
  3. ย้ายไฟล์ composer.phar ไปยังไดเรกทอรีที่ต้องการ เช่น /usr/local/bin
  4. เปลี่ยนชื่อไฟล์เป็น composer และทำให้เป็น executable ด้วยคำสั่ง:
    sudo mv composer.phar /usr/local/bin/composer
    sudo chmod +x /usr/local/bin/composer
    
  5. ตรวจสอบว่า Composer ถูกติดตั้งเรียบร้อยแล้วโดยพิมพ์ composer ใน Terminal

สำคัญ: ในบาง Distribution คุณอาจต้องติดตั้ง PHP CLI ก่อนทำการติดตั้ง Composer

sudo apt install php-cli

การตั้งค่า PATH (ถ้าจำเป็น)

ในบางกรณี หลังจากติดตั้ง Composer แล้ว คุณอาจต้องตั้งค่า PATH environment variable ด้วยตนเองเพื่อให้ระบบปฏิบัติการสามารถค้นหา Composer ได้

Windows:

  1. ค้นหา "Environment Variables" ใน Start Menu
  2. คลิก "Edit the system environment variables"
  3. คลิก "Environment Variables..."
  4. ในส่วน "System variables" เลือก "Path" แล้วคลิก "Edit..."
  5. คลิก "New" และเพิ่มพาธไปยังไดเรกทอรีที่ Composer ถูกติดตั้ง (เช่น C:\ProgramData\ComposerSetup\bin)
  6. คลิก "OK" เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลง

macOS/Linux:

โดยปกติแล้ว หากคุณติดตั้ง Composer โดยใช้ Homebrew หรือย้ายไฟล์ composer.phar ไปยัง /usr/local/bin ระบบจะจัดการ PATH ให้โดยอัตโนมัติ แต่ถ้าคุณติดตั้งในไดเรกทอรีอื่น คุณอาจต้องแก้ไขไฟล์ .bashrc หรือ .zshrc และเพิ่มบรรทัดต่อไปนี้:

export PATH="$PATH:/path/to/composer/directory"

จากนั้นให้รันคำสั่ง source ~/.bashrc หรือ source ~/.zshrc เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผล

ตรวจสอบการติดตั้ง

หลังจากติดตั้ง Composer แล้ว สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบว่าการติดตั้งสำเร็จหรือไม่ โดยการเปิด Command Prompt หรือ Terminal และพิมพ์คำสั่ง:

composer

หาก Composer ถูกติดตั้งอย่างถูกต้อง คุณจะเห็นรายการคำสั่งและตัวเลือกต่างๆ ของ Composer แสดงขึ้นมา

หากคุณเห็นข้อผิดพลาด แสดงว่ามีบางอย่างผิดพลาดในการติดตั้ง โปรดตรวจสอบขั้นตอนการติดตั้งอีกครั้ง หรือค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมในเอกสารประกอบของ Composer

สรุป

ในบทนี้ เราได้เรียนรู้วิธีการติดตั้ง Composer บนระบบปฏิบัติการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Windows, macOS หรือ Linux โดยมีวิธีการที่แตกต่างกันเล็กน้อย แต่หลักการพื้นฐานคือการดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้ง, ตั้งค่า PATH (ถ้าจำเป็น) และตรวจสอบว่า Composer ถูกติดตั้งอย่างถูกต้อง

ในบทถัดไป เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับโครงสร้างของไฟล์ composer.json ซึ่งเป็นไฟล์สำคัญที่ใช้ในการกำหนด Dependencies และการตั้งค่าต่างๆ ของโปรเจกต์ PHP ของเรา

Office.in.th Custom Service

想基于此结构开发或定制系统?

Office.in.th 承接企业级 Web Application、API Integration 以及政府/企业管理系统的设计与开发,并提供长期支持。

查看软件开发服务